fbpx

TechFin ความท้าทายใหม่ แวดวงการเงิน

           ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการเงินเป็นอุตสาหกรรมที่เราได้เห็น Disruption มากที่สุดอุตสาหกรรมหนึ่ง ด้านหนึ่งคือการ Disrupt จากนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น ระบบ Mobile Banking และสกุลเงินดิจิทัล อีกด้านหนึ่งคือการ Disrupt จากกลุ่มสตาร์ทอัพ FinTech ที่ได้เปรียบด้านความคล่องตัว และสามารถเข้าไปแก้ปัญหาการบริการด้านการเงินได้เฉพาะทาง แต่ในวันนี้ InnoHub อยากจะชวนผู้อ่านมารู้จักกับ TechFin ซึ่งเป็น Disruptor อีกกลุ่มหนึ่งที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

           TechFin นั้นไม่ใช่การเล่นคำของ FinTech แต่เป็นชื่อเรียกของบริการทางการเงินที่มีผู้ให้บริการเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเองอยู่แล้ว และมีผู้ใช้ต่อวันเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างคือบริการ WeChat Pay กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ชำระเงินได้ผ่านแอป WeChat โดยตรง, LINE Pay ที่เป็นบริการลักษณะเดียวกันผ่านแอปพลิเคชัน LINE ในประเทศไทย หรือแม้แต่ Google เองก็มีบริการกระเป๋าเงิน Google Pay ไว้ใช้จ่ายในร้านค้า

           จุดแตกต่างที่สำคัญของ TechFin คือการที่ผู้ให้บริการนั้นเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้จักดีและมีแพลตฟอร์มของตัวเองที่มีคนใช้งานมากอยู่แล้ว เช่นเป็น Social Network ขนาดใหญ่ อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ FinTech คือนวัตกรรมการเงิน หรือการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจการเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการและทำให้ผู้บริโภคพึงพอใจ ส่วน TechFin นั้นคือการที่บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีได้ขยายขอบเขตธุรกิจของตัวเองเข้าไปในอุตสาหกรรมการเงิน ไม่ว่าจะเป็น Google, Amazon, Facebook and Apple (GAFA) จากอเมริกา ส่วนในจีนก็มี Baidu, Alibaba และ Tencent (BAT) เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ทำให้ TechFin มีข้อได้เปรียบ FinTech และแพลตฟอร์มของบริการทางการเงิน 3 ข้อใหญ่ๆ คือ

  1. ผู้คนมีความคุ้นชินกับการใช้บริการของบริษัทเหล่านี้อยู่แล้ว ทำให้กำแพงในการเริ่มใช้บริการทางการเงินผ่านผู้ให้บริการ TechFin นั้นมีน้อยกว่า อย่างในกรณีของ WeChat Pay ผู้ใช้เพียงยืนยันตัวตนผ่านแอปแชทที่ใช้เป็นประจำก็เริ่มใช้งานได้ทันที ซึ่งนับว่าสะดวกมากเมื่อเทียบกับกรณีอย่างดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน PayPal และสมัครใช้งานเพื่อทำการชำระเงิน
  2. ผู้คนอยู่ในแพลตฟอร์มอยู่แล้ว และมักใช้งาน Social Network เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้ผู้ให้บริการ TechFin สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค และสามารถ Engage กับผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงประเด็น และตรงเวลา ซึ่งข้อนี้เป็นจุดเด่นที่มีบทบาทมากในปัจจุบัน ที่ธุรกิจต่างต้องการสร้างประการณ์ใช้งานที่เหมาะสมและรู้ใจผู้ใช้มากที่สุด
  3. ขึ้นชื่อว่าบริษัททางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ย่อมมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการวางโครงสร้างเทคโนโลยีให้รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก รวมไปถึงความรู้เชิงเทคนิคอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น การรักษาความปลอดภัยในระบบ เป็นต้น

           อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินดั้งเดิมอย่างธนาคารก็ยังคงมีข้อได้เปรียบอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับบริการทางการเงิน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อธนาคารในประเด็นความปลอดภัยของการดำเนินการ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย

           TechFin นั้นเป็น Disruptor ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงผู้ใช้กลุ่มใหญ่และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนอย่างมหาศาล และได้กลายมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค ในปัจจุบัน ทั้ง TechFin หรือ FinTech ได้เข้ามาพัฒนาการให้บริการ แก้ไขปัญหา สร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ รวมไปถึงกระตุ้นให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมการเงินเป็นไปอย่างคึกคัก

           ผลลัพธ์หนึ่งที่เราเห็นชัดจากการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นนี้ คือความเปลี่ยนแปลงทางความคิดของสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม ดังจะเห็นได้จากธนาคารส่วนใหญ่ที่มีการปรับองค์กรให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและเปิดรับไอเดียและการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น อีกทั้งยังมีการร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยี ธนาคารเจ้าอื่น หรือแม้กระทั่งสตาร์ทอัพ FinTech ที่เคยเป็นคู่แข่งกลับกลายมาเป็นพันธมิตรที่จะช่วยพัฒนา Technology และ Innovation ใหม่ใหม่ให้เกิดขึ้น ทั้งยังช่วยให้บริการทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยรวม ซึ่งผลประโยชน์ทั้งหมด ก็ตกมาอยู่ที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ นั่นเอง

By |2019-05-13T17:24:28+00:00พฤษภาคม 13th, 2019|บล็อก|