มาตรฐาน UX ยุคใหม่ ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่เสพสื่อไว ตัดสินใจเร็ว

August 28, 2025

ทุกวันนี้ พฤติกรรมของผู้ใช้งานดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากขึ้น แถมยังมีพฤติกรรมในการใช้งานหลายแพลตฟอร์มหรือหลายแท็บไปพร้อม ๆ กัน หลายคนเปิดดูวิดีโอไปพร้อมกับเลื่อนดูแอปชอปปิง บางคนฟังพอดแคสต์ไปพร้อมกับไถฟีดโซเชียลมีเดีย เราสลับไปมาระหว่างหลายแท็บ หลายแอป โดยใช้เวลาจดจ่อกับสิ่งต่าง ๆ เพียงชั่วครู่ และพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันที่เชื่อมโยงกับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของคนยุคใหม่

ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ความสนใจของผู้ใช้งานมีจำกัดกว่าที่เคย เวลาที่ผู้ใช้งานจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งบนหน้าจอลดลงจากเฉลี่ย 2 นาทีครึ่งในปี 2547 เหลือเพียง 47 วินาทีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจพบว่า 78% ของผู้บริโภคออนไลน์ชอบเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการผ่านวิดีโอสั้น มากกว่าการอ่านบทความ อ่านคู่มือ หรือดูภาพนิ่งเสียอีก

ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่ได้โต้ตอบกับคอนเทนต์แบบจดจ่อเหมือนในอดีต แต่เป็นการมีส่วนร่วมแบบกึ่งมีสติ (Semi-Conscious) โดยจะเหลือบดู เลื่อนผ่าน คลิกไว ตัดสินใจไว และเปลี่ยนไปยังสิ่งถัดไปอย่างรวดเร็วแบบอัตโนมัติ แม้จะยังไม่ได้เห็นรายละเอียดทั้งหมด 

ทั้งหมดนี้ทำให้การออกแบบประสบการณ์สำหรับผู้ใช้งาน (User Experience: UX) ในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ เพื่อออกแบบประสบการณ์ที่ “ทัน” พฤติกรรมของผู้ใช้ที่เสพไว ลืมเร็ว และคาดหวังความสะดวกในทุกจังหวะของการใช้งาน

มาตรฐานใหม่ของการออกแบบ UX

เมื่อพฤติกรรมของผู้ใช้งานเปลี่ยน การออกแบบ UX ก็ต้องเปลี่ยนตาม การออกแบบในปี 2568 ไม่ได้เน้นแค่ความสวยงามหรือฟังก์ชันครบถ้วน แต่ต้องตอบโจทย์ “ความเร็วในการรับรู้” และ “ความง่ายในการโต้ตอบ” ด้วยการเลื่อน การแตะ หรือการปัดอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ยังคงมีคุณค่าและความหมายต่อผู้ใช้

  1. เล่าเรื่องผ่านการเลื่อนหน้าจอ (Scroll-Driven Storytelling)

ทุกวันนี้ การเลื่อนหน้าจอไม่ใช่แค่พฤติกรรมของผู้ใช้อีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่นักออกแบบใช้เพื่อเล่าเรื่องราวบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ แทนที่จะออกแบบเนื้อหาแบบนิ่ง ๆ ทีละหน้า นักออกแบบสามารถจัดวางภาพ ข้อความ และองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เคลื่อนตามจังหวะนิ้วของผู้ใช้ เมื่อผู้ใช้เลื่อนจอ เนื้อหาก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างลื่นไหล เสมือนกำลังดูเรื่องราวที่เล่าแบบเรียลไทม์ ทำให้คนอยากเลื่อนต่อเรื่อย ๆ

  1. การปรับแต่งเนื้อหาเฉพาะบุคคลด้วย AI (AI Personalization)

ผู้ใช้ในยุคปัจจุบันต้องการประสบการณ์ที่รู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อตนเองโดยเฉพาะ AI จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจ และบริบทแบบเรียลไทม์ เพื่อนำเสนอเนื้อหาที่ตรงจริตของแต่ละคนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหน้าฟีด ข้อเสนอ หรือการจัดวางฟังก์ชันต่าง ๆ บนหน้าจอ ล้วนสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ

  1. รายละเอียดเล็ก ๆ ที่สร้างความประทับใจ (Microinteractions)

บางครั้ง สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานไม่ใช่แค่ฟังก์ชันที่ซับซ้อนและอลังการ แต่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สัมผัสได้ เช่น ปุ่มที่ขยับตอบสนองทันทีเมื่อแตะ หรือภาพประกอบที่มีเอฟเฟกต์เล็ก ๆ เมื่อเลื่อนผ่าน สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มความลื่นไหลในการใช้งาน แต่ยังช่วยสร้างความประทับใจและเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ได้มากกว่าที่คิด

ตัวอย่างการปรับใช้ในแต่ละอุตสาหกรรม

หากแบรนด์ไม่สามารถดึงดูดความสนใจให้ได้ภายในไม่กี่วินาที ก็อาจสูญเสียโอกาสในการสื่อสารนั้นไปยังผู้ใช้งานได้เลย เพราะผู้ใช้จะเลื่อนไปที่คอนเทนต์ถัดไปทันที จึงไม่น่าแปลกใจที่แพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ทั้งในวงการสื่อ อีคอมเมิร์ซ การเงิน และการศึกษา ต่างปรับ UX ของตนเองให้ตอบโจทย์ลักษณะการใช้งานดังกล่าว ตัวอย่างเช่น 

  • อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce): Shopee และ TikTok Shop เลือกใช้เนื้อหาแบบเลื่อนเพื่อซื้อสินค้า (Scroll-to-Shop Content) ซึ่งผู้ใช้สามารถเลื่อนดูวิดีโอสั้นไปเรื่อย ๆ แล้วกดสั่งซื้อสินค้าที่สนใจได้ทันที ไม่ต้องออกจากหน้าเดิม
  • เทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology หรือ Fintech): แอปพลิเคชันธนาคารหลายแห่งเริ่มเปลี่ยนจากหน้าจอการใช้งาน (User Interface: UI) ที่ซับซ้อน มาเป็นแบบปัดซ้าย-ขวา พร้อมข้อมูลแบบย่อยง่าย เช่น กระดานสรุปข้อมูลการใช้จ่าย หรือทิปทางการเงินสั้น ๆ
  • เทคโนโลยีทางการศึกษา (Education Technology หรือ Edutech/Edtech): แอปพลิเคชันการศึกษาใช้แนวทางการเรียนรู้ในระยะเวลาสั้น ๆ (Microlearning) เพื่อมอบความรู้แก่ผู้ใช้ผ่านบทเรียนที่กระชับ เช่น บัตรคำศัพท์เลื่อนได้ และวิดีโออธิบายที่มีความยาวเพียง 1 นาที

วินาทีวัดใจ ออกแบบให้ไว ตามผู้ใช้ให้ทัน

ในยุคที่ผู้ใช้เสพคอนเทนต์เร็ว เลื่อนผ่านเร็ว และลืมเร็วกว่าเดิม ข้อมูลจากพฤติกรรมการเลื่อนหน้าจอกลายเป็นตัวชี้วัดที่มีค่าพอ ๆ กับยอดขายหรือข้อมูลการตลาดอื่น ๆ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าอะไรคือจุดที่คน “หยุดดู” และอะไรคือจุดที่ทำให้คน “เลื่อนผ่าน” ไปโดยไม่ใส่ใจ

ดังนั้น แพลตฟอร์มที่อยากรักษาผู้ใช้ไว้ให้ได้นานขึ้น ไม่สามารถพึ่งแค่ความสวยงามหรือฟังก์ชันเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องออกแบบประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ความไวและความง่าย ไม่ว่าจะเป็นจังหวะของการเลื่อน การแตะ การเปลี่ยนภาพ หรือการแสดงข้อมูลที่กระชับ เข้าใจง่าย รวมถึงไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน

สุดท้ายแล้ว UX ที่ดีในยุคนี้ คือ UX ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจประเด็นสำคัญได้ภายในไม่กี่วินาที และตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่รู้สึกว่าถูกเร่งรัด หากทำได้ถูกจังหวะ แบรนด์ก็มีโอกาสชนะใจผู้ใช้ตั้งแต่แรกเห็น

Share this article

Subscribe to InnoHub!

Stay updated and inspired

เรานำข้อมูลมาใช้เพื่อการส่งมอบคอนเทนต์และบริการอย่างเหมาะสม เราจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy และคลิกสมัครเพื่อดำเนินการต่อ