fbpx

ได้เวลาผู้ประกอบการ Tech ขยับสู่ธุรกิจสุขภาพ

ก่อนการระบาดของโควิด-19  ธุรกิจด้านสุขภาพในตลาดโลกมีมูลค่าอยู่ที่ 10.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวขึ้นไปถึง 11.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 การระบาดใหญ่ครั้งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสุขภาพเติบโตขึ้นและอยู่ในจุดที่เหมาะสมแก่การลงทุนเป็นอย่างยิ่ง แม้ธุรกิจในภาคส่วนอื่นๆ จะชะลอตัวลงก็ตาม เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ) กลับโดดเด่นเป็นอย่างมากในการเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมที่กำลังก้าวไปข้างหน้า

ในช่วงปีที่ผ่านมา มีการนำความก้าวหน้าของ AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถอดรหัสตัวอย่างดีเอ็นเอ การตรวจจับแบคทีเรียอันตราย ที่ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น หรือแม้แต่การพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา

หลักของการพัฒนาภาคธุรกิจสุขภาพคือการทำให้ธุรกิจนี้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล จนนำไปสู่การสร้างผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของผู้ป่วยอีกด้วย

ในขณะที่สถาบันทางสุขภาพต่าง ๆ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาด้านการบริการผู้ป่วย โดยนำนวัตกรรมที่มี AI เป็นรากฐานเพื่อปูทางให้พวกเขาเดินทางไปสู่จุดหมายนั้นได้

การแบ่งปันข้อมูลที่ดีกว่าเดิม

การวางรากฐานด้วยนวัตกรรม AI ดังกล่าว อาจมาในรูปแบบของระบบนิเวศแบบ Collaborative ที่จะสามารถปรับโฉมและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสุขภาพในปัจจุบันได้ โดยจะไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่สามารถรับผิดชอบทุกแง่มุมของธุรกิจนี้แต่เพียงลำพัง หากแต่การร่วมมือกันอย่างเหมาะสมและการบริการแบบผสมผสานจะช่วยให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ในช่วงเวลานี้ น้อยมากที่ศูนย์สุขภาพและโรงพยาบาลต่าง ๆ จะแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมองว่าอีกฝ่ายเป็นคู่แข่ง โดยแต่ละหน่วยงานมักมีซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลของตัวเอง ซึ่งเป็นระบบที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ จึงทำให้การแบ่งปันข้อมูลกลายเป็นเรื่องยากเย็น แม้แต่ในเวลาที่มีความจำเป็นก็ตาม

การจัดการข้อมูลในรูปแบบนี้มีมาเนิ่นนาน และอาจก่อตัวกลายเป็นข้อมูลแบบไซโลหรือการจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วนซึ่งคนอื่นจะนำไปใช้ไม่ได้ ทำให้เกิดความผิดพลาดหรือการวินิจฉัยผิดที่ร้ายแรง แต่ถ้าผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์สามารถเข้าถึงประวัติผู้ป่วยทั้งหมดได้ในแบบเรียลไทม์ พวกเขาจะสามารถจัดหาวิธีการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลามากขึ้น

ด้วยเทคโนโลยี AI และ Blockchain จะสามารถพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลางที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับจัดเก็บประวัติผู้ป่วย ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาต จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามบนโลก

ยกระดับประสบการณ์ของผู้ป่วย

ประเทศไทยรวมถึงอีกหลาย ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้แพทย์ประสบปัญหาความยากลำบากในการให้บริการที่เพียงพอและทันท่วงที

AI ได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ได้ในหลายด้าน อีกทั้งยังมีความสามารถในการตรวจจับ วินิจฉัยและระบุโรคได้เร็วขึ้น ทำให้แพทย์สามารถทำการรักษาได้ดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนายผ่านซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ จะเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าและโอกาสสำหรับการตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันอาการป่วย หรือ Preventive Care

กระบวนการตัดสินใจทางคลินิก หรือ Clinical Decision-making เป็นอีกหนึ่งความหวังที่จะเข้ามาช่วยให้บุคลากรในโรงพยาบาลสามารถระบุและจัดลำดับความสำคัญของผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลมากที่สุดได้ โดยโรงพยาบาลสามารถใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์นี้เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยในการรับการรักษาซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในหลายประเทศ

ทั้งกระบวนการตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันอาการป่วยที่ดีขึ้น ขั้นตอนการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และระยะเวลาการรอคอยที่สั้นลง จะช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความไว้วางใจและทำให้ผลลัพธ์ด้านการดูแลสุขภาพพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม

การเก็บข้อมูลอัตโนมัติ

86% ของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในสายงานด้านสุขภาพเป็นความผิดพลาดที่มาจากการบริหารจัดการ ซึ่งสามารถกำจัดไปได้หากมีระบบการจัดการที่ดี โดยการเปิดกว้างให้ AI และกระบวนการอัตโนมัติ (Robotic Process Automation) เข้ามามีส่วนร่วมนั้นถือเป็นโซลูชั่นที่มีศักยภาพในการจัดการกับปัญหานี้

ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์และตีความข้อมูลของ AI จะช่วยได้เป็นอย่างดีในขั้นตอนการรับผู้ป่วยเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่อาจเกิดความผิดพลาดเรื่องข้อมูลได้มากพอสมควร

ยิ่งไปกว่านั้น ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นยังช่วยให้ผู้ที่ทำงานด้านการบริหารในสายงานสุขภาพสามารถมุ่งเน้นไปที่การบริการลูกค้าและการดูแลผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีกับอนาคตของธุรกิจสุขภาพ

องค์ประกอบที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าโลกของการดูแลสุขภาพจะมีการขยายวงกว้างและซับซ้อนบ้างในครั้ง แต่ความท้าทายที่สำคัญส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลและการสร้างมาตรฐานให้เกิดขึ้น

ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับปัญหาด้านสุขภาพเป็นอย่างมาก ส่งผลให้กลุ่มวิศวกรซอฟต์แวร์ (Software Engineering) กลายเป็นอีกหนึ่งบุคลากรที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันและช่วยยกระดับเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพให้ก้าวหน้า และถือเป็นการส่งเสริมให้ทั้งแพทย์และผู้ป่วยได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม  ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างมากในโลกอนาคตของ Healthcare

By |2020-08-21T10:51:21+00:00สิงหาคม 5th, 2020|บล็อก|